เลือกครีมกันแดดให้ถูก = ผิวไม่คล้ำ ไม่แก่ก่อนวัย
เลือก SPF50 PA++++ สำหรับใช้กลางวันทั่วไป — SPF กันรังสี UVB (แดดเผา) ส่วน PA (เครื่องหมาย +) กันรังสี UVA (ตัวการทำให้ผิวคล้ำ/แก่)
ผิวมัน → เนื้อเจล/น้ำ ซึมไว ไม่เหนอะ · ผิวแห้ง → เนื้อครีม/มอยส์เจอร์ · ผิวแพ้ง่าย → กันแดดกลุ่ม Physical (Zinc Oxide/Titanium Dioxide) อ่อนโยนกว่า
ต้องทาปริมาณ 2 ข้อนิ้ว (ประมาณเหรียญ 10 บาท) สำหรับใบหน้า และทาซ้ำทุก 2-3 ชม.เมื่ออยู่กลางแจ้ง ไม่งั้น SPF ที่เขียนบนกล่องจะไม่ได้ผลจริง
ครีมกันแดดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนต้องใช้ แต่หลายคนยังเลือกผิดและใช้ผิดจนผิวเสียสะสมโดยไม่รู้ตัว มาเจาะลึกกันทีละข้อว่าจะเลือกและใช้อย่างไรให้ได้ผลจริงๆ
---
ครีมกันแดดทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสี UV ทั้ง UVB ซึ่งเป็นตัวเผาผิวไหม้แดง และ UVA ที่แทรกเข้าชั้นผิวลึกจนทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย กลไกการทำงานมีสองแบบหลักๆ แบบแรกคือ Physical Sunscreen ใช้แร่ธาตุอย่าง Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide เคลือบผิวเพื่อสะท้อนและกระเจิงรังสี UV ออก อีกแบบคือ Chemical Sunscreen ใช้สารเคมีหลายชนิดทำงานร่วมกันดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนระบายออกจากผิว แบบ Physical เหมาะกับผิวแพ้ง่ายเพราะไม่ซึมเข้าผิว แต่มักทิ้งคราบขาว ส่วนแบบ Chemical เนื้อบางเบาซึมไว แต่อาจระคายเคืองผิวบอบบางได้ ปัจจุบันมีแบบ Hybrid ที่ผสมทั้งสองกลไกเข้าด้วยกันซึ่งให้ประสิทธิภาพดีมากและเป็นที่นิยม
ผิวมันควรเลือกกันแดดเนื้อเจล เนื้อน้ำ หรือเนื้อมูสที่มีคำว่า Oil-Free หรือ Non-Comedogenic อยู่บนฉลาก มองหาส่วนผสมช่วยคุมมันอย่าง Niacinamide หรือ Silica ที่ช่วยซับความมันส่วนเกินบนผิวได้ หลีกเลี่ยงเนื้อครีมข้นๆ หนักๆ เพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันง่าย ผิวแห้งควรเลือกกันแดดเนื้อครีมหรือเนื้อน้ำนมที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid, Ceramide หรือ Glycerin ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างวัน กันแดดไม่ได้ทำให้ผิวแห้งเพิ่มถ้าเลือกเนื้อสัมผัสที่เหมาะสม ผิวผสมควรเลือกเนื้อเซรั่มหรือเนื้อน้ำนมที่มีความชุ่มชื้นพอดี ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป สำหรับผิวแพ้ง่ายต้องอ่านส่วนผสมละเอียด มองหาคำว่า Fragrance-Free, Paraben-Free, Alcohol-Free หลีกเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์แห้ง และสีสังเคราะห์ ทดสอบทาหลังหูก่อนใช้จริงอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
ค่า SPF ที่เหมาะสมสำหรับชีวิตประจำวันคือ SPF 30-50 SPF 30 ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 97% ส่วน SPF 50 ป้องกันได้ประมาณ 98% ความแตกต่างแค่ 1% แต่ถ้าออกแดดแรงเป็นเวลานาน SPF 50 ช่วยได้มากกว่า สิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือค่า PA ที่บอกประสิทธิภาพการป้องกัน UVA ควรเลือก PA+++ ถึง PA++++ เพราะ UVA เป็นตัวการหลักของปัญหาฝ้ากระและริ้วรอย สารกรอง UV ที่ดีควรใช้ร่วมกันหลายชนิด อย่าง Tinosorb S, Tinosorb M, Uvinul A Plus หรือMexoryl SX ซึ่งเป็นสารกรอง UV ยุคใหม่ที่เสถียรและป้องกันได้กว้าง สำหรับคนไทยที่ต้องเจอมลภาวะและแสงสีฟ้าจากจอมือถือ มองหากันแดดที่มีสารป้องกัน Blue Light ด้วยจะยิ่งดี สิ่งที่ควรเลี่ยงคือ Oxybenzone ที่อาจรบกวนฮอร์โมน และ Alcohol Denat ที่อยู่ต้นๆ ของส่วนผสมเพราะจะระคายเคืองและทำให้ผิวแห้ง
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่พลาดที่สุด ปริมาณที่ถูกต้องสำหรับใบหน้าคือสองข้อนิ้วมือหรือประมาณ 1.2 กรัม ถ้าน้อยกว่านี้ SPF ที่ระบุบนฉลากจะลดลงมากถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ลำดับการทาที่ถูกต้องคือ ล้างหน้า -> เตรียมผิว -> เซรั่ม -> มอยส์เจอไรเซอร์ -> ครีมกันแดด -> แต่งหน้า ควรทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนแต่งหน้าเสมอ ทาแล้วรอให้เซตตัวประมาณ 10-15 นาทีก่อนออกไปเจอแดดหรือลงรองพื้น เพื่อให้ฟิล์มป้องกันทำงานเต็มประสิทธิภาพ ถ้าอยู่กลางแดดแรงควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และทุกครั้งหลังเช็ดหน้าหรือเหงื่อออกเยอะ หลายคนคิดว่าทาแค่ตอนเช้าแล้วอยู่ได้ทั้งวัน ซึ่งไม่จริงเลยเพราะครีมกันแดดสูตรส่วนใหญ่เสื่อมสภาพเร็วเมื่อเจอความร้อนและเหงื่อ
ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือทาปริมาณน้อยเกินไป ทาแค่แตะๆ บางๆ บนผิวซึ่งแทบไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรเลย ข้อที่สองคือคิดว่าอยู่ในร่มหรือทำงานในออฟฟิศไม่ต้องทา ทั้งที่รังสี UVA ทะลุกระจกและผ่านเข้ามาในร่มได้ ข้อที่สามคือทาเฉพาะวันไปทะเลเท่านั้น ทั้งที่รังสี UV มีทุกวันไม่ว่าจะแดดออกหรือมืดครึ้ม ข้อที่สี่คือพึ่งพาแค่ SPF จากเมกอัพเบสหรือรองพื้นที่มี SPF ซึ่งไม่เพียงพอเพราะไม่ได้ทาในปริมาณที่มากพอ ข้อที่ห้าคือใช้กันแดดหมดอายุหรือเปิดทิ้งไว้นานเกิน 12 เดือน ประสิทธิภาพจะลดลงจนแทบไม่เหลือประโยชน์ ข้อสุดท้ายคือลืมทาบริเวณหู คอ ริมฝีปาก และมือ ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดจุดด่างดำและฝ้าก่อนบริเวณอื่น
ทุกคนจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย ผิวเข้มหรือผิวขาว ผิวคล้ำเสียจาก UV ได้เช่นกันแม้จะไหม้แดงได้ยากกว่า คนที่มีปัญหาสิวควรเลือกกันแดดแบบ Non-Comedogenic และเนื้อบางเบาเท่านั้น ไม่ควรหยุดใช้กันแดดเพราะกลัวสิวเพราะรังสี UV จะยิ่งทำให้รอยสิวเข้มขึ้น คนที่กำลังใช้ Retinol หรือ AHA/BHA ผิวจะบอบบางมากขึ้นจึงยิ่งต้องใช้กันแดด SPF 50 ขึ้นไปทุกวัน คนที่ผ่านการทำเลเซอร์หรือผลัดผิวมาควรเลือกกันแดด Physical ที่อ่อนโยนที่สุดในช่วงพักฟื้น ไม่แนะนำให้ใช้กันแดดสูตรน้ำมันหอมระเหยสูงสำหรับผิวที่กำลังอักเสบ เพราะจะยิ่งกระตุ้นการระคายเคือง คนท้องหรือให้นมบุตรหลีกเลี่ยงสารกันแดดแบบ
คัดมาตามประเภท/ส่วนผสมที่ใช้ได้จริง — เลือกให้ตรงกับสภาพผิวและงบของคุณ
เลือกครีมกันแดดตัวไหนดีที่ใช่ แล้วเริ่มเลยวันนี้
🛍️ ช้อปครีมกันแดดตัวไหนดีบน Shopee →