คัดจากยอดขายจริง + รีวิวดี ราคาคุ้ม — เลือกให้ตรงสภาพผิวและงบของคุณ
หลายคนอาจยังสงสัยว่าโทนเนอร์จำเป็นจริงๆ หรือเปล่า ตอบเลยว่าจำเป็นในระดับ "ถ้าใช้ก็ดีขึ้นแน่ๆ" นะ เพราะโทนเนอร์เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างขั้นตอนทำความสะอาดผิวกับการบำรุงตัวถัดไป ช่วยปรับสภาพผิวให้พร้อมรับเซรั่มและมอยส์ไรเซอร์ได้ดีขึ้น รวมถึงยังช่วยเช็คว่าผิวเราทำความสะอาดหมดจดจริงหรือเปล่า ถ้าเช็ดแล้วสำลียังมีคราบเหลืองๆ แปลว่ายังล้างไม่สะอาด แต่ปัญหาคือโทนเนอร์ในตลาดมีเป็นร้อยตัว จะเลือกยังไงให้ไม่เสียเงินเปล่า ก่อนอื่นต้องรู้จักผิวตัวเองก่อนว่าเป็นผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวบอบบางแพ้ง่าย แล้วค่อยเลือกสูตรให้ตรงจุด
ส่วนผสมที่ควรมองหา ถ้าผิวมันหรือมีปัญหาสิวเสี้ยน มองหาโทนเนอร์ที่มี BHA อย่าง Salicylic Acid ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนจากภายใน ผิวแพ้ง่ายเลือกแบบมี Centella Asiatica หรือ Panthenol ปลอบประโลมผิวเบาๆ ส่วนผิวแห้งขาดน้ำควรเลือกที่มี Hyaluronic Acid หรือ Glycerin เพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างขั้นตอน หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มี Alcohol (Ethanol) สูงๆ เพราะจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวจนผิวแห้งตึงและอาจระคายเคืองได้ น้ำหอมและสีสังเคราะห์ก็ควรเลี่ยงถ้าผิวคุณบอบบาง
ข้อควรระวังก่อนใช้ อย่าใช้โทนเนอร์แบบเช็ดถูแรงๆ เด็ดขาด โดยเฉพาะรอบตาที่ผิวบอบบางมาก ให้ใช้สำลีชุบโทนเนอร์จนชุ่มแล้วค่อยๆ ตบเบาๆ ทั่วใบหน้าแทน สำหรับผิวที่ไม่มีปัญหาอะไร บางวันแค่ใช้มือตบโทนเนอร์ลงบนผิวโดยตรงก็ได้ เซฟสำลีและอ่อนโยนต่อผิวกว่า และที่สำคัญคือไม่ต้องใช้โทนเนอร์สองรอบซ้ำไปมา เพราะนอกจากจะไม่ได้ทำให้ผิวสะอาดขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงระคายเคืองผิวโดยไม่จำเป็น
เคล็ดลับใช้โทนเนอร์ให้ได้ผลสูงสุด ควรใช้โทนเนอร์ทันทีหลังล้างหน้าเสร็จในขณะที่ผิวยังหมาดๆ จะช่วยล็อกความชุ่มชื้นได้ดีกว่า สำหรับคนที่ชอบทาหลายขั้นตอน ให้เรียงจากเนื้อบางไปหาเนื้อข้น เช่น โทนเนอร์ เซรั่ม แล้วค่อยมอยส์ไรเซอร์ปิดท้าย ส่วนคนที่สงสัยว่าใช้ทุกวันได้ไหม คำตอบคือได้เลยทุกวันเช้า-เย็น แต่ถ้าวันไหนผิวไม่ค่อยโอเค ร
🎁 โปรลดพิเศษวันนี้คลิกดูดีลโทนเนอร์ตัวไหนดีล่าสุดบน Shopeeคัดมาตามยอดขาย+รีวิว ในช่วงราคาที่คุ้ม เลือกให้ตรงกับสภาพผิวและงบของคุณ