คัดจากยอดขายจริง + รีวิวดี ราคาคุ้ม — เลือกให้ตรงสภาพผิวและงบของคุณ
ไม่ต้องจำเป็นต้องจำชื่อแบรนด์ให้หมด ให้จำชื่อส่วนผสมหลักแทนจะคุ้มกว่า สำหรับรอยดำจากสิว มองหา Niacinamide (วิตามินบี 3) ที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเกิน Vitamin C ที่มีฤทธิ์ antioxidant และ brightening ,alpha Arbutin หรือ Kojic Acid ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี ถ้าเป็นรอยแดงจากสิวอักเสบที่ยังเป็นๆ หายๆ ลองมองหา Centella Asiatica หรือ Azelaic Acid ที่ช่วยลดการอักเสบได้ดี ส่วนใครที่มีรอยสิวแบบหลุมเล็กๆ ร่วมด้วย อาจต้องมองหาเซรั่มที่มี Retinol หรือ AHA/BHA เข้ามาช่วยเรื่องผลัดเซลล์ผิว แต่ต้องระวังเรื่องการแพ้ระคายเคืองด้วย วิธีเลือกให้ไม่พัง สิ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อเลยคือ รอยสิวของเราเป็นแบบไหน รอยดำ flat จางๆ กับรอยสิวแดงอักเสบที่นูนขึ้นมา ต้องใช้เซรั่มคนละสูตรกัน ถ้าผิวแพ้ง่ายให้เลือกเนื้อสูตรน้ำหรือเนื้อบางเบา หลีกเลี่ยงเซรั่มที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์เยอะๆ ควรทดสอบทาเซรั่มที่หลังหูก่อนใช้จริง 1-2 วัน เพื่อดูว่ามีอาการแพ้ไหม นอกจากนี้อย่าคาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป เซรั่มลดรอยสิวส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เคล็ดลับสำคัญอีกอย่างคือการทาเซรั่มต้องคู่กับกันแดดเสมอ เพราะเซรั่มลดรอยสิวหลายตัวมีส่วนผสมที่ทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น ถ้าไม่ทากันแดด SPF50+ ทุกวัน รอยสิวจะกลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ทาเซรั่มหลังล้างหน้าบนผิวที่ยังหมาดๆ เล็กน้อยจะช่วยให้ส่วนผสมซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น แล้วตามด้วย
🎁 โปรลดพิเศษวันนี้คลิกดูดีลเซรั่มลดรอยสิวล่าสุดบน Shopeeคัดมาตามยอดขาย+รีวิว ในช่วงราคาที่คุ้ม เลือกให้ตรงกับสภาพผิวและงบของคุณ